30 พฤษภาคม 2569

NTF อินเตอร์กรุ๊ป (ประเทศไทย) หรือ NTF: โบรกเกอร์ BYD มองไกลถึงปี 2569 ปรับราคาเป้าหมายใหม่ที่ 18.30 บาท

ไฮไลท์สำคัญ

NTF เน้นกลยุทธ์คุณภาพเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน แม้กำไร Q1/26 ต่ำกว่าที่คาดการณ์เล็กน้อย แต่ยังคงเติบโตอย่างแข็งแกร่งถึง 147% YoY และ 20% QoQ ปริมาณขายเพิ่มขึ้น 50% แม้การส่งออกทุเรียนไทยจะเติบโตมากกว่า 3 เท่า แต่ NTF เน้นสินค้าเกรดพรีเมียม ทำให้ปริมาณขายไม่จำเป็นต้องสอดคล้องกับภาพรวม

ผลประกอบการและแนวโน้ม

BYD วิเคราะห์ว่า NTF มีกำไรสุทธิ Q1/26 อยู่ที่ 32 ล้านบาท ต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ 9% เนื่องจากรายได้ต่ำกว่าเป้า 19% อย่างไรก็ตาม บริษัทยังมีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน 8.2 ล้านบาท หากไม่รวมผลกระทบดังกล่าว กำไรปกติจะอยู่ที่ 24 ล้านบาท รายได้รวมอยู่ที่ 478 ล้านบาท เติบโต 98% YoY และ 15% QoQ โดยมีปัจจัยหนุนจากปริมาณจำหน่ายที่เพิ่มขึ้นเป็น 2.8 พันตัน จาก 1.9 พันตันในปีก่อนหน้า

ข้อสังเกตและการวิเคราะห์

NTF สามารถรักษาอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ที่ 18% ได้อย่างมีประสิทธิภาพ แม้ต้นทุนพลังงานจะสูงขึ้น แต่บริษัทสามารถส่งผ่านต้นทุนไปยังลูกค้าได้ นอกจากนี้ บริษัทยังให้ความสำคัญกับการควบคุมคุณภาพสินค้าและภาพลักษณ์แบรนด์ในตลาดจีน ทำให้ไม่เร่งปริมาณจำหน่ายหากไม่เป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนด BYD คาดการณ์ว่า NTF จะเข้าสู่ช่วง High season ใน Q2/26 ซึ่งมีแนวโน้มปริมาณขายเติบโตสูงกว่า Q2/25 อย่างมีนัยสำคัญ

สรุปและคำแนะนำ

BYD คงคำแนะนำ "ซื้อ" โดยปรับราคาเป้าหมายขึ้นเป็น 18.30 บาท (จากเดิม 15.00 บาท) อ้างอิงวิธีประเมินมูลค่า PER ปี 2569 ที่ 10.0 เท่า (จากเดิม 8.0 เท่า) เทียบกับค่าเฉลี่ยกลุ่มอุตสาหกรรมเกษตร เนื่องจากบริษัทปลดข้อจำกัดด้านเงินทุน โดยมีมติอนุมัติเสนอขายตราสารหนี้วงเงินไม่เกิน 900 ล้านบาท เพื่อขยายการเติบโตให้ได้ตามเป้าหมายที่ 60% ติดต่อกัน 3 ปี

ที่มา: https://aio.panphol.com/blog/19266